ขอนแก่น
หอพักขอนแก่นหอพักขอนแก่นรับผลิตสปอตหอพักขอนแก่น

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อต้องการเครื่องปรับอากาศให้เราเลือกใช้น้ำยาแอร์ ชนิดไหนที่เหมาะสมกับเรา น้ำยา R22 R32 R(410)A  (อ่าน 59 ครั้ง)

ออฟไลน์ teeratum123

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4227
    • ดูรายละเอียด
หากแตะเลือกเครื่องปรับอากาศหรือแอร์บ้าน เราต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ “สารทำความเย็น” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “น้ำยาแอร์” คือมาตงค์เคมีที่มีคุณสมบัติไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น จุดฉุนเฉียวต่ำกว่าสารทั่วไป เมื่อผ่านกระบวน การอัดสารทำความเย็นให้เป็นไอ ไหลเวียนชั้นในระบบเครื่องปรับอากาศและสร้างความมืดสะดวกให้แก่เรา ยุคปัจจุบันสารทำความเย็นที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย มีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ R22, R410A และ R32 ซึ่ง สารทำความเย็น R32 นี้ ถึงเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายแรกของประเทศไทยและของโลกที่ริเริ่มพัฒนาและนำมาใช้ไปทั่วโลก ตามข้อตกลงในพิธีสารมอนทรีออลเมื่อปี 1987 ที่ให้ความเอ้กับการลดการทำลายชั้นโอโซน ตลอดโลกจึงเปลี่ยน จากการใช้สารทำความเย็น R22 มาเป็น R410A ซึ่งแม้ว่าจะลดผลกระทบในการปราบปรามบรรยากาศชั้นโอโซนได้อย่างดี แต่ก็ยังก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง จึงมีกระแสการเปลี่ยนแปลงสารทำความเย็นที่ให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารทำความเย็น R32 นี้ มีความสามารถการทำความเย็นสูงที่มีคุณสมบัติที่นอกจากไม่ทำลายชั้นโอโซนแล้ว ยังส่งผลลัพธ์กระเทือนต่อภาวะโลกร้อนน้อยกว่าสารทำความเย็นปัจจุบัน R410A ถึง 3 เท่า และยังให้ประสิทธิภาพการทำ ความเย็นมากกว่า R22 ถึง 60% นั่นเองเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R32 รวมกันกับระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยเรื่องการกระเหม็ดกระแหม่พลังงานได้เป็นอย่างดี ทำให้ค่าอำนาจการประหยัดพลังงาน (หรือ Seasonal Energy Efficiency Ratio) สูงสุด
เรามาดูผลการเปรียบเทียบระหว่าง น้ำยา R32 และ R410
 การติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R32 ในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R32 นั้น ช่างสามารถใช้อุปกรณ์ที่ประดิษฐานเครื่องปรับอากาศ R410A ได้เลย จุดที่เน้นย้ำช่างติดตั้งคือต้องให้ ช่างทำระบบสูญญากาศ หรือ Vacuum เพื่อเอาความชื้นออกให้หมด สำหรับกลุ่มผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศจำนวน 13 โรงงานตอบรับนโยบายของกรมโรงงานให้ปรับเครื่องจักรให้สามารถผลิตแอร์รองรับการใช้น้ำยาแอร์ใหม่ R32 เพื่อลดสาร CFC ยอมรับกระทบราคาขายแอร์ 5-10% วางเป้าหมายเลิกการนำเข้าน้ำยาแอร์ตัวเก่า R22 เป็นศูนย์ในปี 2573 นางจินตนา ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เตรียมแปรการใช้น้ำยาสำหรับเครื่องปรับอากาศในขนาดต่ำกว่า 24,000 บีทียู จากเดิมที่เป็นน้ำยา R22 ที่มีสารเอชซีเอฟซี (HCFCs) เปลี่ยนมาเป็นน้ำยา R32 แทน เพื่อลดการ ปล่อยสาร CFC ที่จะทำลายชั้นบรรยากาศ ตามนโยบายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ยกเลิกการใช้สารดังกล่าวแบบขั้นบันไดจนกระทั่งเป็นศูนย์ในปี 2573 ตามที่ไทยได้ลงนามสนธิสัญญาตามระเบียบแบบแผนสารมอนทรีออล ที่หมายไว้ให้ ประเทศสมาชิกต้องยกเลิกใช้สารดังกล่าว ทั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ของบประมาณจากองค์การระหว่างประเทศ 700 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาในการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำยาเครื่องปรับอากาศจาก R22 เป็น R32 แทน โดยขณะนี้มีโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศไทยที่ต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อปรับเปลี่ยนการใช้น้ำยาดังกล่าวประมาณ 13 โรงงาน และยังมีโรงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 10 โรงงานที่ต้องการเข้าร่วม เช่น โรงงานฉีดโฟมในตู้เย็น สำหรับงบ ประมาณนี้ไม่ได้สนับสนุนในรูปแบบของเงิน แต่จะเชียร์ในการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สามารถผลิตเครื่องปรับอากาศที่รองรับการใช้น้ำยา R32 แทน "ไทยปรับไปใช้น้ำยา R32 แทนที่จะใช้น้ำยา R410A ที่มีการใช้ในยุโรปและ สหรัฐ เพราะน้ำยา R410A มีข้อเสีย คือมีค่า GWP (Global warming potential) สูงมาก ซึ่งค่านี้เกิดจากความร้อนที่คายออกมาจากสารต่าง ๆ ทำให้โลกร้อน ฉะนั้นหากไทยจะเลิกใช้ R22 มาเป็น R410A จึงไม่มีประโยชน์ รวมถึงการหารือของประเทศชั้นนำต่างเห็นว่า R32 เป็นน้ำยาแอร์ที่ดีที่สุดในขณะนี้" นางจินตนากล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้คาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า โรงงานในประเทศจะเริ่มทยอยผลิตเครื่องปรับอากาศที่รองรับการ ใช้น้ำยาดังกล่าว และจะเริ่มนำเข้าน้ำยา R32 มาใช้เช่นกัน ซึ่งคาดว่าต้นทุนอาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และส่งผลต่อราคาจำหน่ายเครื่องปรับอากาศประมาณในช่วงเริ่มต้นแค่ร้อยละ 5-10 แต่เลื่อมใสว่าหากกลุ่มผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศมีการนำเข้า ที่มากขึ้นในภายภาคหน้าจะทำให้ราคาต่ำกว่าได้
 รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องแนวทางการอนุญาตนำเข้าสารเอชซีเอฟซีเพื่อใช้ในประเทศ พ.ศ. 2555 กำหนดว่า น้ำยาเครื่องปรับอากาศ R22 ได้เริ่มถูกควบคุมการนำเข้าตั้งแต่ปี 2556-2557 พร้อมถูกจำกัดการนำเข้าอยู่ที่ 927 โอดีพีตัน ถัดมาในปี 2558-2562 ลดการนำเข้าเหลือ 834 โอดีพีตัน ปี 2563-2567 นำเข้าเหลือ 602 โอดีพีตัน ปี 2568-2572 นำเข้าเหลือ 301 โอดีพีตัน และในปี 2573 งดการนำเข้า อย่าง ไรก็ตาม กรมโรงงานฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงปริมาณการนำเข้าทวิรทดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม สำหรับวันที่ 1 มกราคม 2560 จะเริ่มเกิดเครื่องปรับอากาศที่ใช้น้ำยา R32 และห้ามผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใช้น้ำยา R22 สำหรับโรงงานทั้ง 13 โรงที่เข้าร่วม แต่ยังสามารถวางขายได้จนถึงเดือนธันวาคม และในวันที่ 1 มกราคม 2561 ห้ามขายเครื่องปรับอากาศที่ใช้น้ำยา R22 ทั่วประเทศ แต่สำหรับผู้ที่ยังต้องใช้เครื่องปรับอากาศที่ต้องใช้น้ำยา R22 อยู่ยังสามารถใช้ ได้ เพราะก็ยังมีการนำเข้าน้ำยาตัวนี้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม น้ำยาเคมีเครื่องปรับอากาศ R32 มีข้อเสีย คือติดไฟเล็กน้อย ต่างจากน้ำยาตัวเดิมและตัวอื่น ๆ ที่ไม่ติดไฟ แต่หากใช้น้ำยาปริมาณน้อย ก็จะติดไฟน้อย ชั้นแรกจึงใช้น้ำยาดังกล่าวในเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กก่อน ที่ต่ำกว่า 24,000 บีทียู R22 มีค่าการทำลายโอโซนสูงถึง 1800 เท่าของคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีค่าการทำลายโอโซน 5.5% เมื่อ R11 เท่ากับ 100% R410a นั้นมีค่าการทำลายโอโซนสูงถึง 2088 เท่าของคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีค่าการทำลายโอโซน 0% ส่วน R32 นั้นคิดเป็น 675 เท่าของคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีค่าการทำลายโอโซน 0% การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่าง CO2 หรือคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก ๆ ออกสู่บรรยากาศ นั้นมันไปบล็อกรังสี UV-B ไม่ให้เด้งกลับออกไปสู่ชั้น Stratosphere เมื่อความร้อนของรังสียูวีถูกบล็อกอยู่บนหน้าดินโลก ๆ ของเราก็เลยร้อนจัดเหมือนเตาอบ น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมและอาจหมายถึงซึนามิที่เป็นปัญหา อย่างต่อเนื่องเท่าที่เห็นกันมาหลาย ๆ ปี ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากซึนามิที่เมืองเซนไดเมื่อไม่นานมานี้ การที่เขาตระหนักถึงการลดภาวะโลกร้อนนั้นไม่แปลก ส่วน Mitsubishi อีกไม่นานและเกือบจะทุกแบรนด์จะหันหัวเรือ เข้าสู่ระบบ R32 ทั้งหมด ตาม Daikin ไปติดๆ ดังนั้นถ้าจะซื้อแอร์เอี่ยมแนะนำเลยให้เลือกระบบ R32 แม้ว่ามันจะติดไฟได้แต่ก็ไม่ได้ง่ายเสียทีเดียว ระดับการติดไฟอยู่ระหว่าง R22 กับ COLD22 และนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อของ COLD22 แต่เป็นคนละชนิดกัน เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจกันในระดับโลกฝั่งอเมริกาอาจจะยังเชียร์ R410a เพราะห่วงเรื่องของความปลอดภัยเรื่องการวาบไฟ ส่วน R32 ถูกบรรทุกไว้ในแผนการตลาดและผลิตของญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย ภาย ในปี 2020 สารทำความเย็น R32 ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในตลาดฝั่งเอเซียและอเมริกาถ้าระดับความร้อนของโลกยังไม่ลดลง แน่นอนถ้าเชือดเรื่องติดไฟออกไปมันช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกด้วย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เลือกซื้อแอร์

ที่มา : http://www.108air.com/สาระ R410.html

ออฟไลน์ Jirasak2708

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5970
    • ดูรายละเอียด
คุณสมบัติ น้ำยา R22 กับ R410
1. ความดัน ของน้ำยาในระบบของ R410A จะมากกว่า R22 ประมาณ 1.6 เท่า ดังนี้ 
2. ท่อทองแดง จากความดันที่แตกต่างดังกล่าว ทำให้ต้อง ใช้ท่อทองแดงที่หนาขึ้น เพื่อรองรับความดันที่สูงขึ้นนี้ได้ ดังนั้นท่อทองแดงที่ใช้ในการติดตั้งต้องมีความสามารถที่จะทนต่อแรงดันที่สูงขึ้นได้ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตได้กำหนดไว้ 
3. น้ำมันหล่อลื่น ที่ใช้ในระบบน้ำยา R22 จะแตกต่างกันกับน้ำมันหล่อลื่นระบบน้ำยา R410A ทั้งสองชนิดใช้ทดแทนกันไม่ได้
4. เครื่องมือวัด เช่น เกจ์วัดน้ำยา และสายชาร์จของระบบน้ำยา R410A ไม่สามารถใช้ร่วมกับระบบน้ำยา R22 เพราะหากใช้ผสมกัน น้ำมันที่ตกค้างในสายหรือในเกจ์จะสร้างปัญหาได้ 
5. การเติมน้ำยา เป็นการชั่งน้ำหนักเดิมเข้าไปในระบบและเติมน้ำยาในสถานะของเหลว แตกต่างกันกับ R22 ซึ่งวัดความดันเป็นสำคัญ และสามารถเติมในสภาพเป็นไอได้ โดยเวลาเติม ให้คว่ำถัง
6.ซ่อมรั่ว ในเครื่องปรับอากาศที่ใช้ระบบน้ำยา R410A หากน้ำยารั่วออกจากระบบเป็นจำนวนมาก จำเป็นจะต้องปล่อยน้ำยาที่เหลือออกและเติมน้ำยา (ในสภาพของเหลว) เข้าไปอีกครั้งหนึ่ง ไม่สามารถเติมน้ำยาเพิ่มเหมือนเครื่องปรับอากาศระบบน้ำยา R22 ได้ เนื่องจากน้ำยา R410A เป็นน้ำยาที่เกิดจากน้ำยาสองชนิดมาผสมกัน การเติมน้ำยาในสภาพของไอจะทำให้ส่วนผสมแปรเปลี่ยนไป และไม่สามารถทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ 
7. การเชื่อมท่อทองแดง ควรจะใช้ก๊าซไนโตรเจนเลี้ยงในท่อขณะทำการเชื่อมท่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเขม่าภายในท่อ เนื่องจากระบบที่ใช้น้ำยา R410A ระบบท่อต้องการความสะอาดเพื่อป้องกันการอุดตันและการทำความเสียหายแก่คอมเพรสเซอร์ได้ ขอบคุณที่มา 
8.ประสิทธิภาพ ดีกว่า น้ำยาแอร์แบบ R-22 ถึง 10% ในอากาศร้อนๆ เพราะฉะนั้นในประเทศไทยที่อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียสนั้น การใช้เครื่องปรับอากาศ ที่ใช้น้ำยาแอร์แบบ R410a นั้นจะช่วยประหยัดพลังงาน และค่าไฟต่อปีได้ดีทีเดียว แถมยังใช้แอร์ได้ทนกว่าน้ำยาแอร์แบบ R-22 ของเดิมอีกด้วยนะ ขอบคุณที่มา : กำหนดการเลิกใช้ น้ำยาแอร์ R-22 ในประเทศไทยโดยมี R410a มาทดแทน
9.ใช้ทดแทนกัไม่ได้ เครื่องปรับอากาศเก่าที่ใช้น้ำยา R22 จะใช้น้ำยา R410 ทดแทนไม่ได้ 
10.ราคา ปัจจุบัน น้ำยา R410 สูงกว่าน้ำยา R22 ประมาณ 3 เท่า ซึ่งอนาคต ราคาจะลดลงตาม ความต้องการและปริมาณการผลิต

 

Copyright © 2016 khonkaenguru.com  Tel:080-4155962