ขอนแก่น
หอพักขอนแก่นหอพักขอนแก่นรับผลิตสปอตหอพักขอนแก่น

ผู้เขียน หัวข้อ: อารมณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง  (อ่าน 84 ครั้ง)

ออฟไลน์ khonkaen

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 215
    • ดูรายละเอียด
อารมณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
« เมื่อ: มิถุนายน 13, 2017, 04:51:01 PM »
อารมณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
 เรื่องอารมณ์ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด อารมณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ดิฉันมีเพื่อนคนไข้คนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ อยู่ดีมีสุขอ้วนท้วนสมบรูณ์ดีจนไม่มีสภาพคนป่วยให้เห็น อยู่ดีมาได้ขวบปี ปรากฏว่ามีจุดขึ้นในตับ 4 - 6 มม. ดิฉันถามว่าอาหารและยาสมุนไพรที่จัดให้ก็คุมได้ดีแล้ว มีอารมณ์เครียดอะไรหรือเปล่า เธอก็พรั่งพรูออกมาเลยทีเดียว... งานเยอะมาก ทุกอย่างมาลงที่เธอคนเดียว บางวันต้องเอางานกลับมาเครียดที่บ้านด้วย นอนก็หลับไม่สนิท ดิฉันรีบบอกเลยว่า ต้องรีบสลายความเครียดให้ได้ เพราะการเผชิญความเครียดอยู่นานๆจะต้องมีการปรับตัวให้เข้าสู่สมดุล มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นความเจ็บป่วยไปได้ โรคทางกายที่สัมพันธ์กับความเครียด มีหลายโรค เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ความดันเลือดสูง แผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้ใหญ่ ท้องร่วง หอบหืด คันตามผิวหนัง มะเร็ง ฯลฯ ซึ่งมีวิธีการคลายความเครียดหลายๆประการ เช่น
      1. ดูหนัง ฟังเพลงบ้าง มีงานวิจัยที่ประเทศสวีเดน ทำการศึกษาในคน 12,000 คน โดยแบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่ง ไปชื่นชมศิลปะสวยงาม ดูหนัง ฟังเพลง กลุ่มที่สอง ไม่สนใจในกิจกรรมดังกล่าวเลย ผลปรากฏว่าคนกลุ่มที่หนึ่งมีชีวิตยืนยาวและมีความสุขกว่าคนกลุ่มที่สอง 128.36 % การฟังเพลง โดยเฉพาะเพลงแจ๊ซซ์ ฟังวันละ 30 นาที สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันชีวิตให้เข้มแข็งขึ้นได้ อันนี้เป็นงานวิจัยในอเมริกา พวกฝรั่งเขาขยันทำการศึกษาวิจัยกันจริงๆ ได้อ่านพบก็ทดลองเอามาใช้ ไม่เสียหายอะไร แล้วดูหนังก็ดูหนังประเภทรักสัตว์ ชุ่มชื่นใจ หรือไม่ก็หนังตลก เบาสมอง บางครั้งไร้สาระ ติงต๊องบ้างก็ได้ ไม่ผิดกฎหมายแต่ประการใด มีแต่ความเพลิดเพลินเจริญใจ คลายเครียดได้ดีทีเดียว
      2. สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ แผ่เมตตาทุกเช้า - ค่ำ
      3. คบเพื่อนดีและชวนกันทำกิจกรรมดีๆ มีประโยชน์ ความชุ่มชื่นใจจะเกิด อันนี้เงินล้านเอามาซื้อไม่ได้นะคะ
      4. พยายามฝึกเขี่ยขยะอารมณ์ ช่างหัวบ้าง เราไม่ตักเอาขี้แมลงสาบ หรือกรวดทรายเข้าปากฉันใด อะไรที่มากระทบทางตา หู เราก็เขี่ยๆ ทิ้งไปบ้าง ฉันนั้น แล้วจะรู้ว่ามันเบาสบายขึ้นเยอะ
      5. ไม่มีการปล่อยตัว ทำตัวให้สดชื่น สวยงาม แข็งแรง เข้าไว้
      6. พาร่างกายไปออกกำลังกายบ้าง ไม่มีคำว่า ยี้! ขี้เกียจ ลองไปฝึกโยคะดู เพราะอาจารย์ท่านได้บอกว่า การฝึกโยคะเป็นการทำลายความเครียดที่วิเศษที่สุด โดยเฉพาะท่าสุริยนมัสการ (ไหว้พระอาทิตย์) เป็นท่าวอร์มร่างกายที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่มนุษย์ในโลกนี้คิดค้นขึ้นมาได้ เพราะท่านฤาษีท่านได้จากฌาน ไม่เชื่อก็ต้องไปลอง แล้วจะรู้ ของแบบนี้ทำเอง ได้รับผลเองค่ะ
         ถ้าบางท่านบอกว่าไม่ถนัดโยคะเลย ก็ลองออกเดิน การเดินทุกวัน วันละ 10 นาที เป็นเวลา 1 ปี จะช่วยลดน้ำหนักได้ 5 ปอนด์ ขยับร่างกายบ้าง พยายามให้อิริยาบถทั้ง 4 คือ นั่ง เดิน ยืน นอน สมดุลกัน เพราะถ้าเสียสมดุลเมื่อไรก็ก่อให้เกิดโรคได้เมื่อนั้น การออกกำลังกายถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งของการมีสุขภาพดี จัดได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ
      7. หากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ปลูกต้นไม้ วาดรูป หรือ จัดดอกไม้ ดิฉันเคยเรียนการจัดดอกไม้ หลายครั้งที่ก่อนเข้าห้องเรียนจะมีอาการปวดศีรษะ พอเรียนไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าอาการปวดศีรษะหายไปเป็นปลิดทิ้ง
      8. นอนหลับพักผ่อนให้ได้เพียงพอ เพราะการอดนอนหรือนอนไม่พอ สามารถก่อโรคได้หลายประการ หนึ่งในนั้นก็โรคเครียด ตัวร้ายนี่ละค่ะ (ขอขยายความในตอนต่อไป)
      9. การหัวเราะช่วยสลายความเครียด สลายได้อย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร โปรดติดตามค่ะ ตั้งใจเขียนเพื่อเพื่อนคนนั้นและญาติมิตรที่เป็นมะเร็งทุกท่านด้วยความรัก ห่วงใย และปรารถนาดี
การนอนหลับ
         คนเราพอมีเรื่องต้องคิด คิดไม่ตกก็คิดวนอยู่อย่างนั้นทำให้นอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก หรือบางคนมีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยก็ทำให้นอนไม่หลับได้เหมือนกัน แต่บางคนแข็งแรงดีแต่มีกิจกรรมการงานต้องคิดต้องทำมากทำให้หลับได้น้อยหรือหลับไม่พอ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่ากลุ่มผู้ชายที่มีสุขภาพดีวัย 17-28 ปี ที่นอนเพียง 4 ชั่วโมง ต่อคืนผิดจากการนอนปกติเป็นเวลา 6 วัน ติดต่อกัน จะมีผลทำให้ระดับความดันของเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลง นอกจากนี้ยังพบว่า การอดนอน ทำให้เป็นหวัด ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และคนที่เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังจะมีหน้าตาไม่แจ่มใส ดูแก่กว่าวัย ไม่มีสมาธิในการทำงาน หงุดหงิด ซึมเศร้า เบื่อชีวิต เบื่อการดำเนินชีวิต จะมีปัญหาเกี่ยวกับความเครียดและมีอาการอ่อนเพลียแต่น้ำหนักตัวกลับเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากเมื่อคนเรามีอาการเครียดและรู้สึกอ่อนเพลีย ก็จะหาทางออกด้วยการกินอาหารที่มีรสหวาน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่ต้องการพลังงานไปชดเชย
วิธีช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
      1. Dr. Derek Lowey ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Stanford แนะนำว่าการฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ เหมือนการฝึกหายใจของโยคะ จะช่วยลดความตึงเครียดและอาการหงุดหงิดลงได้ การฝึกหายใจไม่เพียงแต่จะเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียและขับไล่สารพิษเมื่อหายใจออก และช่วยให้จิตใจสบาย ร่างกายผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวลต่างๆได้
(การฝึกหายใจ ทำได้โดยหายใจเข้าลึก กลั้นใจนิ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนคลาย หายใจออกช้าๆ ประมาณ 5 ครั้ง / นาที หรือ 12 วินาที / ครั้ง)
      2. การออกกำลังกายในตอนเย็น ช่วงเวลา 16.00-18.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้นอนหลับสบาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายชนิดที่ช่วยเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง การเดิน ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือแอโรบิค เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
      3. ฝึกนิสัยให้เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา
      4. พยายามอย่านอนหลับตอนกลางวัน แต่ถ้าหากรู้สึกเพลียและง่วง ก็ให้งีบหลับระยะสั้นสัก 10 - 20 นาที ก็จะทำให้สดชื่นขึ้น
      5. งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
      6. งดดื่มสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะแอลกอฮอลอาจจะทำให้ง่วงและหลับได้ง่ายก็จริง แต่มักจะทำให้ตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับอีก
      7. งดสูบบุหรี่ เนื่องจากสารนิโคตินที่ได้จากการสูบบุหรี่อาจจะกระตุ้นสมองทำให้นอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก
      8. อาหารมื้อสุดท้ายก่อนนอนควรเป็นอาหารเบาที่ประกอบด้วยอาหารแป้ง ไม่ควรมีน้ำตาล นักวิทยาศาสตร์การแพทย์หลายท่านแนะนำให้ดื่มนมร้อนและกินกล้วยเพราะทั้งสองอย่างมีสารชื่อ Tryptophan (ทริบโทแฟน) ที่ช่วยให้นอนหลับได้ดี
      9. การอาบน้ำอุ่นก่อนนอน รวมทั้งการอ่านหนังสือ หรือการนั่งสมาธิประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับได้ดี
      10. ยารักษาโรคบางอย่างอาจทำให้นอนไม่หลับได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโรคนั้นๆ ว่ามียาที่อาจจะมีผลข้างเคียงทำให้นอนไม่หลับหรือไม่
      11. ปรับอุณหภูมิในห้องนอนให้เหมาะสม ไม่ให้ร้อน/เย็นเกินไป
      12. ลองสำรวจดูที่นอน หมอน ว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพราะบางคนนอนไม่หลับ เพราะทรมานด้วยการปวดคอ ปวดหลัง นอนท่าไหนก็ไม่สบายต้องพลิกไป-มา ตลอดคืน ลองดูที่นอนอาจนุ่มเกินไปหรือยุบตัวเป็นหลุม หมอนที่หนุนอาจนุ่มไป แข็งไป แบนไป ไม่เหมาะกับท่านอน ก็ก่อให้เกิดปัญหาได้
         การนอนหลับพักผ่อนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการมีสุขภาพดี เพราะถ้าเราอดนอน พักผ่อนไม่พอ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนล้า ทำให้ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะปล่อยให้เซลล์ผิดปกติหลุดลอยและขยายตัวต่อไปจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นลองพิจารณาดูและหาทางแก้ไขด้วยความไม่ประมาทตามคำแนะนำที่ได้กล่าวมาแล้ว ขอให้ทุกท่านนอนหลับฝันดีค่ะ

การหัวเราะ
        ในปัจจุบันนี้ คนเป็นโรคเครียดกันมาก เพราะถูกสถานการณ์รอบตัวหลายประการบีบคั้นจนหมดมู้ด (mood) หมดอารมณ์ขัน หัวเราะไม่ออก จึงต้องทำให้เกิดชมรมหัวเราะ โครงการศาสตร์และศิลป์แห่งการหัวเราะบำบัด และอื่นๆ อีกมาก ทุกวันนี้แค่การหัวเราะก็ต้องฝึกกันแล้ว มันยากจริงๆ หรือนี่ ลองพักผ่อน ผ่อนคลายด้วยการอ่าน หรือดูการ์ตูน ดูภาพยนตร์เบาสมอง - ละครตลก (ซิทคอม) ซึ่งออกอากาศทางโทรทัศน์ทุกช่อง จะช่วยให้หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ การหัวเราะให้คุณแก่ชีวิตอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะขนานเอก เราลองมาดูคุณประโยชน์ของการหัวเราะกันค่ะ
        1. การหัวเราะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ มีผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อของคนเราสามารถผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็วภายหลังการได้ดูการ์ตูน หรือสิ่งสวยงาม หรือละครตลกเบาสมอง การหัวเราะ 1 นาที เท่ากับการพักผ่อนนาน 40 นาที โดยร่างกายจะผลิตฮอร์โมน สารสุข ชื่อ เอ็นโดร์ฟิน ซึ่งช่วยให้สามารถต่อสู้กับความกลัว ความเครียด ระบบต่างๆ ในร่างกายมีการผ่อนคลาย การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ระบบย่อยอาหารก็ดีขึ้นด้วย และช่วยบรรเทาอาการกังวลและเจ็บปวดต่อโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น เพราะการหัวเราะเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยเร่งเนื้อเยื่อให้หายเป็นปกติเร็วขึ้น และทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานการติดเชื้อสูงขึ้น
         2. การหัวเราะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเสริมสร้างระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ในน้ำลายของคนเรามี Iga ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญชนิดหนึ่งในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ จากการทดลองพบว่าการดูภาพยนตร์ตลกเบาสมองหรือการ์ตูน เป็นเวลาประมาณ 30-60 นาที จะช่วยเพิ่มปริมาณ Iga ทั้งในเลือดและน้ำลายไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยเพิ่มปริมาณภูมิคุ้มกันที่มีชื่อว่า Immunoglobullin ชนิด M และ G ซึ่งช่วยป้องกันร่างกายจากการติดเชื้ออื่นๆ ได้อีกด้วย B เซลล์ที่ถูกสร้างจากไขกระดูกซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดต่างๆ ขึ้นในร่างกาย ก็เพิ่มขึ้นด้วย ตลอดถึง T เซลล์ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยในการทำงานของภูมิคุ้มกันเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ผู้ที่มีอารมณ์ขันและหัวเราะได้เสมอแม้จะมีความเครียดเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวันก็ไม่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นอ่อนแอลง ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีความเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลามักจะมีอาการเจ็บป่วยได้ง่าย
         3. การหัวเราะช่วยบรรเทาอาการปวด มีผู้ป่วยมากมายได้ค้นพบตัวเองว่าการมีอารมณ์ขันหรือการได้หัวเราะ ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการเจ็บปวดเรื้อรัง รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บเนื่องจากโรคอื่นๆ เช่นบาดแผลจากอาการบาดเจ็บที่สมอง อาการไขข้ออักเสบ อาการเจ็บที่กระดูกสันหลัง เป็นต้น
         4. การหัวเราะช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นโรคที่บั่นทอนสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง และยังเป็นช่องทางให้กับโรคแทรกต่างๆ เช่น โรคตับ โรคหัวใจ และโรคตาได้อีกด้วย...ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่าการได้หัวเราะสนุกสนานหลังอาหาร สามารถช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ให้ขึ้นสูงได้ โดยคณะวิจัยของมหาวิทยาลัยซึคุบาของญี่ปุ่น นำโดย ดร.เคอิโก ฮายาชิ กล่าวว่า ผู้ป่วยเบาหวานมักจะวิตกกังวลกับการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และคอยระวังรักษาระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดให้พอดีอยู่เสมอ และก็ทราบกันดีว่าความเครียดทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้ แต่ว่าการได้หัวเราะสนุกสนานช่วยให้ระดับน้ำตาลลดต่ำลงได้
         5. การหัวเราะเป็นการออกกำลังกาย เพราะเท่ากับเป็นการบริหารปอดและหัวใจรวมถึงกล้ามเนื้อ แขน ขา และช่องท้อง เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยทำให้หลอดเลือดขยาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและการหายใจ รวมไปถึงการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ พิสูจน์ได้ด้วยการลองจับชีพจรดู ในขณะที่หัวเราะพบว่าหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 - 20 วินาที ภายหลังจากเริ่มหัวเราะและจะค่อยๆ กลับสู่อัตราการเต้นปกติในเวลา 3-5 นาที เมื่อหยุดหัวเราะ กล่าวได้ว่าการหัวเราะจัดเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถออกกำลังด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายได้ การหัวเราะ 100 ครั้ง จะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้เท่ากับการพายเรือหรือวิ่งเบาๆ 10 นาที และคนที่มือชาเท้าชาอยู่เสมอควรหัวเราะให้มากขึ้นก็จะเป็นการดีแก่ชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว
         เมื่อเห็นคุณประโยชน์ของการหัวเราะแล้ว ก็อย่ารีรอ ลองฝึกทำตัวผ่อนคลาย สบายๆ ไม่เคร่งเครียด เคร่งครัด วิธีที่จะทำให้เป็นคนหัวเราะได้และสนุกสนานนั้น ก็ทำได้ไม่ยาก คือต้องมีการปล่อยวาง มีการพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงหรือคนที่รู้ใจ อย่าอยู่คนเดียว เข้าวัดฟังธรรม ช่วยงานบ้านและสังคมเป็นครั้งคราว หางานที่ตนเองชอบทำ ดูหนังฟังเพลงบ้างโดยเฉพาะภาพยนตร์เบาสมอง ละครตลกอย่าคิดว่าไร้สาระ เพราะการเอาแต่สาระล้วนๆ 100 % มันทำให้เราเครียดได้ หัวเราะเสียบ้าง ไม่ใช่หัวเราะทั้งวันไม่หยุด หรือหัวเราะทุกเรื่องไม่ดูกาลเทศะอย่างนั้นก็บ้าแล้ว หัวเราะพอสบายๆ รับรองว่าตำรวจไม่จับ ไม่เสียฟอร์ม แต่ประการใด การหัวเราะถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะเพราะช่วยให้เราแก่ยาก - ตายยาก นั่นเองค่ะ


          ข้อมูลจาก http://www.yingthai-mag.com/

ออฟไลน์ mamu

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
Re: อารมณ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2017, 11:03:53 PM »
ขอบคุณครับ

 

Copyright © 2016 khonkaenguru.com  Tel:080-4155962